รายละเอียดสัญญาเงินกู้ หรือสัญญากู้ยืมเงินนอกระบบไม่โอนไม่ดาวน์นัดทำสัญญาตามกฎหมายใหม่ 2564

รายละเอียดสัญญาเงินกู้ หรือสัญญากู้ยืมเงินนอกระบบไม่โอนไม่ดาวน์นัดทำสัญญาตามกฎหมายใหม่ 2564

ในการทำธุรกรรมทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการกู้ยืมเงินหรือการสมัครสินเชื่อต่าง ๆ สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดและมีผลต่อการกู้ยืมเงินของคุณเป็นอย่างยิ่งนั่นก็คือสัญญาเงินกู้ ถึงแม้ว่ามันอาจจะเป็นเพียงแค่แผ่นกระดาษก็จริง แต่เนื้อหาใจความด้านในนั้นล้วนสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะนั่นเปรียบเสมือนคำสัญญาและข้อตกลงร่วมกันระหว่างผู้ให้กู้และผู้ขอกู้ซึ่งก่อนลงรายมือชื่อในข้อตกลงหรือสัญญากู้ยืมต่าง ๆ คุณต้องอ่านรายละเอียดเหล่านั้นให้ครบถ้วนเพื่อป้องกันมิให้เกิดข้อกังขาหรือข้อเสีเปรียบต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในภายหลัง

สัญญาเงินกู้ที่ดีต้องมีลักษณะอย่างไร

แน่นอนว่าก่อนการลงลายมือชื่อยินยอมหรือตกลงในหนังสือสัญญาเงินกู้ต่าง ๆ คุณจะต้องอ่านรายละเอียดที่ในสัญญากู้ยืมเงินนั้นให้ถี่ถ้วน โดยในวันนี้เราจะมาแนะนำลักษณะของสัญญาเงินกู้ที่ดีนั้นจะต้องมีข้อมูลอะไรบ้างเพราะข้อมูลเหล่านี้ล้วนเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้กู้และผู้ให้กู้เป็นอย่างยิ่ง 

  • เขียนที่ หรือ ทำที่ – ข้อมูลในส่วนนี้คือให้ระบุสถานที่ในการตกลงทำสัญญาเงินกู้หรือออกหนังสือเงินกู้นั้น ๆ โดยระบุที่ชื่อสถานที่ อาคาร เลขที่ ตำบล อำเภอ จังหวัด ให้ชัดเจน

  • รายละเอียดของผู้กู้ – จะต้องระบุ ชื่อ นามสกุล อายุ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ของผู้ที่ต้องการกู้ยืมเงิน และต้องมีรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษรว่าได้ทำสัญญากู้ยืมเงินไว้กับใคร โดยให้ระบุชื่อของผู้ให้กู้ หรือเจ้าหนี้คนนั้น ๆ ด้วย

ตามประมวลกฎหมายใหม่ที่ได้ประกาศออกมา ในหนังสือสัญญาเงินกู้นั้นจะต้องระบุรายละเอียด ดังต่อไปนี้ลงในสัญญาเงินกู้ด้วย

  1. จำนวนเงินกู้ที่ผู้กู้หรือลูกหนี้ทำการกู้ยืมเงิน โดยระบุเป็นตัวหนังสือภาษาไทยหน่วยเป็นบาทและสตางค์ อีกทั้งจะต้องวงเล็บเป็นตัวเลขต่อท้ายอีกครั้ง เช่น ผู้กู้ (ลูกหนี้)ได้กู้ยืมเงินจากผู้ให้กู้ (เจ้าหนี้)ไปเป็นเงินจำนวนทั้งสิน สี่พันห้าสิบบาท ห้าสิบสตางค์ (4,050.50) และได้รับเงินดังกล่าวเรียบร้อยแล้วในวันที่ลงนามในหนังสือสัญญาเงินกู้ฉบับนี้

  2. ระบุถึงรายละเอียดดอกเบี้ยและวันที่ในการชำระให้ชัดเจน เช่น ผู้กู้ (ลูกหนี้) ยอมรับดอกเบี้ยตามที่ผู้ให้กู้ (เจ้าหนี้) กำหนดโดยเสียในอัตราร้อยละ 20 บาทต่อเงินกู้ 100 บาท นับตั้งแต่วันที่ลงนามในหนังสือสัญญาเงินกู้ฉบับนี้และยอมชำระดอกเบี้ยภายในวันที่ 20 ของทุก ๆ เดือน จนกว่าจะครบ

  3. ระบุระยะเวลาคืนเงินต้นให้ชัดเจน เช่น ผู้กู้ (ลูกหนี้) สัญญาว่าจะนำเงินกู้ (เงินต้น) มาชำระคืนแก่ผู้ให้กู้ (เจ้าหนี้) ภายในวันที่ 5 มกราคม 2564

  4. รายละเอียดของหลักฐานที่นำมาค้ำประกัน เฉพาะการกู้ยืมเงินที่ต้องมีหลักประกันในการกู้ยืมเงินในครั้งนั้น ๆ (แล้วแต่กรณี) 

  5. รายละเอียดแสดงความยินยอมต่าง ๆ ในกรณีที่ผู้กู้ (ลูกหนี้) ผิดนัดชำระหรือกระทำความผิดอื่น ๆ ที่เป็นการแสดงเจตจำนงค์ที่ไม่ดีต่อผู้ให้กู้ (เจ้าหนี้)

  6. ข้อมูลชี้แจงให้ผู้กู้ (ลูกหนี้) เข้าใจว่าต้องชำระคืนเงินกู้เป็นเงินสดเท่านั้น มิสามารถนำสิ่งของอื่นใดมาทดแทนเงินสดที่ได้ทำการกู้ยืมไปได้

ในขั้นตอนสุดท้ายจะต้องมีการลงลายมือชื่อของผู้กู้ (ลูกหนี้) ผู้ให้กู้ (เจ้าหนี้) และพยาน ให้ชัดเจนพร้อมลงวันที่กำกับลงในหนังสือสัญญาเงินกู้นั้นด้วย 

จากที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมดนั้น ล้วนเป็นข้อมูลที่ต้องมีอยู่ในสัญญาเงินกู้ เพราะฉะนั้นเมื่อคุณจำเป็นต้องกู้ยืมเงินควรจะจดจำรายละเอียดต่าง ๆ เหล่านั้นให้ดี เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับหนังสือสัญญากู้ยืมเงินฉบับจริงที่คุณต้องเซ็นต์เพื่อเป็นการเข้าใจกันทั้ง 2 ฝ่ายทั้งตัวผู้กู้ (ลูกหนี้) และผู้ให้กู้ (เจ้าหนี้) จะได้ไม่ต้องมาผิดใจกันในภายหลัง

ส่งข้อความ

อภิปรายผล กู้เงินซื้อรถ

เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น

ทิ้งข้อความไว้